สรุปเนื้อหาตอนนี้
ช่วงไต่ตามทาง: ปัญหาในที่ทำงาน - การทำงานทุกที่ มีปัญหาอยู่เสมอ - เวลามีคนทำให้โกรธ/ไม่พอใจ หากเราตอบโต้กลับด้วยความโกรธ/ความไม่พอใจ เรื่องราวก็จะยิ่งขยายผล - ผู้ปฏิบัติธรรม จะชนะความโกรธได้ด้วยการไม่โกรธตอบ ชนะความอิจฉาริษยาได้ด้วยเมตตามุทิตา ชนะความตระหนี่ได้ด้วยการให้ ชนะความเพ่งเล็งหาโทษใส่ความได้ด้วยความสัตย์ความจริง (ความจริงใจ โอบอ้อมอารี) - เมื่อรู้ตัวว่าโกรธ แสดงว่ามีสติ เพียงแต่ยังตัดไม่ได้ เพราะสติและปัญญามีกำลังน้อย ก็ต้องเพิ่มสติเข้าไป ด้วยการฟังเทศน์ฟังธรรม สวดมนต์ นั่งสมาธิ แล้วตั้งใจใหม่ ตั้งปณิธานในวันใหม่ว่า “ไม่ว่าจะเกิดอะไร จะยิ้มสู้ จะไม่โกรธ จะแผ่เมตตาให้ทุกคนที่พูดด้วย ทุกที่ที่เดินไป ทุกสถานการณ์ที่ผ่านมา รวมถึงแผ่เมตตาให้ตนเองด้วย” - วิธีตอบโต้ความไม่พอใจในที่ทำงาน 4 อย่าง ได้แก่ เมตตาจิต รักใคร่เอ็นดู ไม่เบียดเบียน และความอดทน ปัญญาก็จะเกิด เมื่อมีสติปัญญาเกิด ก็จะตัดความไม่พอใจ (โทสะ) ได้ - ถ้าละความโกรธ/ความไม่พอใจในที่ทำงานได้ ไปที่ไหนเราก็จะสบายใจแน่นอน - อย่าไปคิดว่างานมันยาก งานมันหนัก งานมันเหนื่อย แต่ความยาก ความหนัก ความเหนื่อย นี่แหละ มีค่า มีความหมาย…
ช่วงไต่ตามทาง: ปัญหาในที่ทำงาน - การทำงานทุกที่ มีปัญหาอยู่เสมอ - เวลามีคนทำให้โกรธ/ไม่พอใจ หากเราตอบโต้กลับด้วยความโกรธ/ความไม่พอใจ เรื่องราวก็จะยิ่งขยายผล - ผู้ปฏิบัติธรรม จะชนะความโกรธได้ด้วยการไม่โกรธตอบ ชนะความอิจฉาริษยาได้ด้วยเมตตามุทิตา ชนะความตระหนี่ได้ด้วยการให้ ชนะความเพ่งเล็งหาโทษใส่ความได้ด้วยความสัตย์ความจริง (ความจริงใจ โอบอ้อมอารี) - เมื่อรู้ตัวว่าโกรธ แสดงว่ามีสติ เพียงแต่ยังตัดไม่ได้ เพราะสติและปัญญามีกำลังน้อย ก็ต้องเพิ่มสติเข้าไป ด้วยการฟังเทศน์ฟังธรรม สวดมนต์ นั่งสมาธิ แล้วตั้งใจใหม่ ตั้งปณิธานในวันใหม่ว่า “ไม่ว่าจะเกิดอะไร จะยิ้มสู้ จะไม่โกรธ จะแผ่เมตตาให้ทุกคนที่พูดด้วย ทุกที่ที่เดินไป ทุกสถานการณ์ที่ผ่านมา รวมถึงแผ่เมตตาให้ตนเองด้วย” - วิธีตอบโต้ความไม่พอใจในที่ทำงาน 4 อย่าง ได้แก่ เมตตาจิต รักใคร่เอ็นดู ไม่เบียดเบียน และความอดทน ปัญญาก็จะเกิด เมื่อมีสติปัญญาเกิด ก็จะตัดความไม่พอใจ (โทสะ) ได้ - ถ้าละความโกรธ/ความไม่พอใจในที่ทำงานได้ ไปที่ไหนเราก็จะสบายใจแน่นอน - อย่าไปคิดว่างานมันยาก งานมันหนัก งานมันเหนื่อย แต่ความยาก ความหนัก ความเหนื่อย นี่แหละ มีค่า มีความหมาย…
ตอนต่าง ๆ
ละความไม่พอใจในที่ทำงาน [6943-1u]
ฟังแล้วช่วงไต่ตามทาง: ปัญหาในที่ทำงาน - การทำงานทุกที่ มีปัญหาอยู่เสมอ - เวลามีคนทำให้โกรธ/ไม่พอใจ หากเราตอบโต้กลับด้วยความโกรธ/ความไม่พอใจ เรื่องราวก็จะยิ่งขยายผล - ผู้ปฏิบัติธรรม จะชนะความโกรธได้ด้วยการไม่โกรธตอบ ชนะความอิจฉาริษยาได้ด้วยเมตตามุทิตา ชนะความตระหนี่ได้ด้วยการให้ ชนะความเพ่งเล็งหาโทษใส่ความได้ด้วยความสัตย์ความจริง (ความจริงใจ โอบอ้อมอารี) - เมื่อรู้ตัวว่าโกรธ แสดงว่ามีสติ เพียงแต่ยังตัดไม่ได้ เพราะสติและปัญญามีกำลังน้อย ก็ต้องเพิ่มสติเข้าไป ด้วยการฟังเทศน์ฟังธรรม สวดมนต์ นั่งสมาธิ แล้วตั้งใจใหม่ ตั้งปณิธานในวันใหม่ว่า “ไม่ว่าจะเกิดอะไร จะยิ้มสู้ จะไม่โกรธ จะแผ่เมตตาให้ทุกคนที่พูดด้วย ทุกที่ที่เดินไป ทุกสถานการณ์ที่ผ่านมา รวมถึงแผ่เมตตาให้ตนเองด้วย” - วิธีตอบโต้ความไม่พอใจในที่ทำงาน 4 อย่าง ได้แก่ เมตตาจิต รักใคร่เอ็นดู ไม่เบียดเบียน และความอดทน ปัญญาก็จะเกิด เมื่อมีสติปัญญาเกิด ก็จะตัดความไม่พอใจ (โทสะ) ได้ - ถ้าละความโกรธ/ความไม่พอใจในที่ทำงานได้ ไปที่ไหนเราก็จะสบายใจแน่นอน - อย่าไปคิดว่างานมันยาก งานมันหนัก งานมันเหนื่อย แต่ความยาก ความหนัก ความเหนื่อย นี่แหละ มีค่า มีความหมาย…
เตรียมใจสู้มะเร็ง [6942-1u]
ฟังแล้วQ1: เตรียมใจสู้มะเร็ง A: ต้องมีการเตรียมตัว 3 ช่วง (1) ช่วงยังไม่ป่วย ทางกาย = ให้เลี่ยงอาหารกลุ่มเสี่ยง ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ทำประกัน ทางใจ = ให้พิจารณาว่า เราต้องมีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา ล่วงพ้นไปไม่ได้ รวมถึงความแก่และความตายด้วย (2) ช่วงป่วยแล้ว ทรัพย์สิน = ให้ทำพินัยกรรม จัดการให้เรียบร้อย คนรอบตัว = ทำหน้าที่ทิศ 6 ร่างกายของเรา = แจ้งความประสงค์เรื่องการให้ช่วยชีวิตถึงขั้นไหน บริจาคอวัยวะ/ร่างกาย จัดการศพ (3) ช่วงใกล้ตาย ทรัพย์สิน = ให้พิจารณาว่า เป็นของไม่เที่ยง อยู่กับใครก็เป็นของคนนั้น เราเอาไปด้วยไม่ได้ อย่าห่วง ควรละความยึดถือในสิ่งของนั้น คนรอบตัว = ให้พิจารณาว่า บุคคลเหล่านั้นมีกรรมเป็นของตน ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ไม่ต้องไปห่วงเขา กิจที่เราต้องทำต่อเขา เราได้ทำแล้ว ถ้าติดต่อไม่ได้ ก็ให้ตั้งจิตที่ประกอบด้วยเมตตานึกถึงเขา ร่างกายของเรา = ให้พิจารณาว่า กายนี้เป็นของเน่าเปื่อย เป็นรังของโรค ให้เราเข้าใจ ให้เห็นความไม่เที่ยงในกายนี้ แล้ววางลงเสีย อย่ามีความกังวลใจ รักษาด้วยสติและปัญญา ปล่อยวางเวทนาในกาย เมื่อกายกับใจแยกกันได้ จิตใจก็จะสบาย Q2: “สติ” เครื่องมือดึงจิต A:…
คำชม-คำด่า สร้างเมตตา [6941-1u]
ฟังแล้ว- คำพูดไม่ดีเหมือนฝีกลัดหนอง หนองที่ออกมาจากปาก เหม็นด้วย กระทบจิตผู้อื่นด้วย หากเราอยู่ใกล้คนประเภทนี้ เราก็จะโดนอยู่เรื่อย คำด่า-คำชม เป็นสุดโต่งทั้งสองข้าง - ทำให้ผู้ฟังเกิดความพอใจหรือไม่น่าพอใจ เกิดกิเลส (ลุ่มหลง ยินดี พอใจ ขัดเคือง ไม่พอใจ) - หากผู้ฟังเกิดความโกรธจากสิ่งที่ได้รับฟัง ได้ชื่อว่ารับบาป รับโทสะ รับความโกรธตอบ รับสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์นั้นต่อมาทันที - จิตใจที่ประกอบด้วยความโกรธจะมีความหยาบอยู่ในภายใน พระพุทธเจ้าสอนว่า “จิตต้องไม่แปรปรวน ต้องไม่กล่าววาจาอันเป็นบาป ต้องมีจิตเอ็นดูเกื้อกูลประกอบด้วยเมตตา ไม่มีโทสะในภายใน อันเป็นจิตใหญ่หลวง ไม่มีประมาณ แผ่ไปถึงทุกคนโดยปรารภคนที่ด่าว่าเรา” วิธีวางจิตต่อคำพูดคนอื่น ขั้นตอนที่ 1 ทำจิตให้มีเมตตา ไม่โกรธ - อุปมา 5 อย่าง (1) ทำจิตให้เหมือนแผ่นดิน = ไม่ว่าจะพยายามขุดแผ่นดินทั้งหมดให้เป็นทะเลสาบก็ไม่มีทางเป็นไปได้ (2) ทำจิตให้เหมือนอากาศ = ไม่ว่าจะพยายามวาดรูปลงในอากาศอย่างไรก็ไม่มีทางเป็นไปได้ (3) ทำจิตให้เหมือนน้ำ = ไม่ว่าจะพยายามต้มน้ำในแม่น้ำให้เดือดอย่างไรก็ไม่มีทางเป็นไปได้ (4) ทำจิตให้เหมือนแผ่นหนังแมวป่าขนฟู = ซึ่งเกิดจากระบวนการทำที่ประณีต…
วิธีคลายกังวลจากภัยธรรมชาติ [6940-1u]
ฟังแล้วQ1: วิธีรับมือคน Toxic A: คนพาล = คนโง่ที่แยกแยะกุศลกับอกุศลไม่ได้และทำในสิ่งที่เป็นอกุศล เบียดเบียนผู้อื่น วิธีรับมือคน Toxic (1) ต้องแยกแยะส่วนดี - ส่วนไม่ดีของคนนั้น - ถ้าเราเห็นแต่โทษของผู้อื่น เราก็เป็นคน Toxic เช่นกัน - ส่วนที่ไม่ดี ให้เราระมัดระวัง อย่าไปยุ่ง ใช้ความอดทน - แต่ถ้าเป็นคนที่รัก ก็ต้องพยายามทำให้เขากลับมาดีให้ได้ ดังนี้ (ก) ให้เห็นความลำบากของเราที่จะปรับเปลี่ยนเขาเป็นเรื่องเล็กน้อย (ข) แม้เขาจะขัดเคืองใจแต่ถ้าพอจะเปลี่ยนแปลงได้ เราก็ต้องบอกโดยให้เห็นว่าความขัดเคืองที่จะเกิดขึ้นในจิตของเขาเป็นเรื่องเล็กน้อย (ค) แต่ถ้าเขาจะขัดเคืองใจมากและเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ให้เราวางอุเบกขาในตอนนั้นแล้วค่อยหาจังหวะบอกกล่าวในภายหลัง (2) ไม่ตอบโต้คน Toxic ด้วยวิธีการเดียวกันกับเขา เช่น ด่าว่า นินทา - อย่าให้อกุศลของเขา คืบคลานมาถึงตัวเรา - เรื่องไม่ดีคนอื่น อย่าเอาไปพูด (3) มีสติ แยะแยะสิ่งดีสิ่งไม่ดี อดทน มีเมตตาและอุเบกขา Q2: เหตุที่มีคู่ดี A: ศีล ศรัทธา จาคะ ปัญญา ต้องเสมอกัน - ถ้ามีคู่ไม่ดี ไม่มีดีกว่า Q3: ขอพรให้เจอเนื้อคู่ A: การจะได้สิ่งใด เพียงการอ้อนวอนขอร้องแล้วจะสำเร็จ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง…
คุณค่าของชีวิต [6939-1u]
ฟังแล้วเหตุปัจจัยแห่งความตาย - เหตุปัจจัยแห่งการตายมีมาก เกิดขึ้นเป็นธรรมดา เกิดไม่ยาก และเกิดขึ้นกับทุกคนแน่นอน - เมื่อรัก/พอใจในสิ่งใดมาก หากไม่ได้สิ่งนั้นมา “จะตาย” ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การตาย แต่อยู่ที่ “ความอยาก (ตัณหา)” - เพราะมีตัณหา จึงมีอุปาทาน (ความยึดถือ) เพราะมีอุปาทาน จึงมีภพ (สภาวะ) เพราะมีภพ จึงมีความเกิด เพราะมีความเกิด จึงมีความตาย ความตายไม่ใช่เครื่องมือพ้นทุกข์ - ความตายไม่ใช่ตัวแก้ปัญหา เพราะปัญหาอยู่ที่ความอยาก - ถ้ายังมีตัณหาหรืออวิชชาอยู่ ก็เป็นเหตุให้ไปเกิดใหม่ ต้องเจอปัญหา เจอสิ่งที่เป็นทุกข์อีก และต้องตายอีก - ความตายเป็นตัวทุกข์ ไม่ใช่เครื่องมือให้พ้นจากความทุกข์ - ทุกข์เป็นสิ่งที่ควรกำหนดรู้ = ให้รู้ว่าเหตุปัจจัยของความตายคือการเกิด การเกิดมาจากภพ ภพมาจากอุปาทาน อุปาทานมาจากตัณหา ถ้ามีตัณหามากมีอุปาทานมาก ความทุกข์ก็จะมาก - การฆ่าตัวตายเป็นบาป (ยกเว้นบางกรณีในสมัยพุทธกาล) การฆ่าตัวตายด้วยทิฏฐิที่ไม่ถูกต้องอาจต้องไปเกิดในนรก ซึ่งเป็นภพที่มีความทุกข์มาก ความสุขน้อย ผู้ที่เกิดเป็นมนุษย์ เป็นผู้มีบุญ - ภพของมนุษย์มีทั้งสุขทั้งทุกข์ปนกันไป ไม่ใช่มีแต่ทุกข์เพียงอย่างเดียว ต้องมีสุขบ้างอย่างแน่นอน…