สรุปเนื้อหาตอนนี้
อาจเห็นธปท.ลดดอกเบี้ยประคองวิกฤติการเมือง หากการประท้วงทางเมืองไม่รุนแรง เศรษฐกิจไทยอาจใช้มาตรการทางการคลังของภาครัฐช่วงประคองได้ แม้กระทบ 4 ด้าน คือ ท่องเที่ยวในประเทศ ค้าปลีก สินทรัพย์ขนาดใหญ่ และการลงทุน แต่หากรุนแรงและยืดยาว เศรษฐกิจเสี่ยงหดตัวแรงกว่าคาด ด้านสินเชื่อขยายตัวช้าและกระจุกอยู่ระดับบน การลดดอกเบี้ยจะช่วยประคองปัญหาหนี้เสีย เงินเฟ้อต่ำ บาทแข็ง และเศรษฐกิจเสี่ยงถดถอยไตรมาส4เทียบไตรมาส3 เราอาจเห็นธปท.ลดดอกเบี้ย FIDF MPC และชวนธนาคารพาณิชย์ลดดอกเบี้ยตาม แม้ดอกเบี้ยไม่ใช่ยารักษาทุกโรค แต่ผู้ป่วยโควิดประเทศไทยยังอยากขอยาพาราลดไข้จากปัญหาการเมืองที่อาจรุนแรงได้ครับ
อาจเห็นธปท.ลดดอกเบี้ยประคองวิกฤติการเมือง หากการประท้วงทางเมืองไม่รุนแรง เศรษฐกิจไทยอาจใช้มาตรการทางการคลังของภาครัฐช่วงประคองได้ แม้กระทบ 4 ด้าน คือ ท่องเที่ยวในประเทศ ค้าปลีก สินทรัพย์ขนาดใหญ่ และการลงทุน แต่หากรุนแรงและยืดยาว เศรษฐกิจเสี่ยงหดตัวแรงกว่าคาด ด้านสินเชื่อขยายตัวช้าและกระจุกอยู่ระดับบน การลดดอกเบี้ยจะช่วยประคองปัญหาหนี้เสีย เงินเฟ้อต่ำ บาทแข็ง และเศรษฐกิจเสี่ยงถดถอยไตรมาส4เทียบไตรมาส3 เราอาจเห็นธปท.ลดดอกเบี้ย FIDF MPC และชวนธนาคารพาณิชย์ลดดอกเบี้ยตาม แม้ดอกเบี้ยไม่ใช่ยารักษาทุกโรค แต่ผู้ป่วยโควิดประเทศไทยยังอยากขอยาพาราลดไข้จากปัญหาการเมืองที่อาจรุนแรงได้ครับ
ตอนต่าง ๆ
อาจเห็นธปท.ลดดอกเบี้ยหากเกิดวิกฤติการเมือง
ฟังแล้วอาจเห็นธปท.ลดดอกเบี้ยประคองวิกฤติการเมือง หากการประท้วงทางเมืองไม่รุนแรง เศรษฐกิจไทยอาจใช้มาตรการทางการคลังของภาครัฐช่วงประคองได้ แม้กระทบ 4 ด้าน คือ ท่องเที่ยวในประเทศ ค้าปลีก สินทรัพย์ขนาดใหญ่ และการลงทุน แต่หากรุนแรงและยืดยาว เศรษฐกิจเสี่ยงหดตัวแรงกว่าคาด ด้านสินเชื่อขยายตัวช้าและกระจุกอยู่ระดับบน การลดดอกเบี้ยจะช่วยประคองปัญหาหนี้เสีย เงินเฟ้อต่ำ บาทแข็ง และเศรษฐกิจเสี่ยงถดถอยไตรมาส4เทียบไตรมาส3 เราอาจเห็นธปท.ลดดอกเบี้ย FIDF MPC และชวนธนาคารพาณิชย์ลดดอกเบี้ยตาม แม้ดอกเบี้ยไม่ใช่ยารักษาทุกโรค แต่ผู้ป่วยโควิดประเทศไทยยังอยากขอยาพาราลดไข้จากปัญหาการเมืองที่อาจรุนแรงได้ครับ
มุมมองเศรษฐกิจรายสัปดาห์17-21 สิงหาคม
ฟังแล้วมุมมองเศรษฐกิจรายสัปดาห์ 17-21 สิงหาคม 1. ตัวเลขGDP ไตรมาสที่สองของไทยหดตัว 12.2%จากปีก่อนหรือ หดตัว 9.7%จากไตรมาสก่อนหน้าหลังปรับฤดูกาล แรงสนับสนุนคือการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ แต่ด้านเอกชนอ่อนแอ 2.เงินบาทมีทิศทางอ่อนค่าเล็กน้อยในสัปดาห์นี้ ยังไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ น่าจะแกว่งตัวในกรอบแคบๆ ตามปัจจัยต่างประเทศ 3.จับตาความสัมพันธ์สหรัฐและจีนที่อาจตึงเครียดได้อีก ซึ่งไม่เป็นผลดีกับดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งสินทรัพย์เสี่ยงเช่นหุ้น ขณะที่ที่บาทอาจกลับมาแข็งได้หากมองบาทเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในภูมิภาค แม้การเมืองมีความเสี่ยง 4.รอตัวเลขส่งออกไทยเดือนกรกฏาคมในสัปดาห์หน้า หวังติดลบน้อยลง
มุมมองเศรษฐกิจรายสัปดาห์10-14สิงหาคม
ฟังแล้วมุมมองเศรษฐกิจรายสัปดาห์ 10-14 สิงหาคม 1. เงินเฟ้อเดือนกรกฏาคมอยู่ที่ -0.98%yoy ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐาน (หักราคาพลังงานและอาหารสด) อยู่ที่ +0.39%yoy โดยเงินเฟ้อมีแนวโน้มติดลบน้อยลงจากราคาน้ำมันที่ฟื้นตัวขึ้น มองต่อไปข้างหน้า เงินเฟ้อมีแนวโน้มขยายตัวจากเดือนก่อนหน้าซึ่งหมายถึงจะติดลบจากปีก่อนน้อยลง ส่วนว่าจะขยับมาเป็นบวกได้เมื่อไร ผมว่าอาจเห็นได้ในช่วงต้นปีหน้า 2.อัตราการว่างงานสหรัฐลดลงสู่ระดับ 10.2%ในเดือนกรกฏาคมจากระดับสูงสุดที่ 15%ในเดือนเมษายน แม้จะมีคนกลับเข้ามาทำงานมากขึ้น แต่อาจเป็นกลุ่มที่สามารถเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้เร็ว เช่น ภาคการผลิต การก่อสร้าง การค้าปลีก ขณะที่กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวหรือบันเทิงยังฟื้นตัวช้า มองเศรษฐกิจสหรัฐยังยากและต้องใช้เวลาอีก 2-3 ปีที่จะกลับไปมีอัตราการว่างงานต่ำที่ราว 3.5%ในช่วงก่อนโควิด-19 3.สัปดาห์นี้ให้ติดตามราคาทองคำและค่าเงินบาทที่ผันผวนแรง โดยมองว่าราคาทองคำที่เพิ่มขึ้นเร็วมาจากความกังวลต่อค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐที่มีแนวโน้มอ่อนค่าตามความเชื่อมั่นเศรษฐกิจที่ลดลงหลังผู้ติดเชื้อโควิดพุ่งแรงต่อเนื่อง และยังขยับขึ้นได้อีก…
อ่านใจผู้กำหนดนโยบายการเงิน 5 สิงหาคม 2563 ก่อนประชุมกนง
ฟังแล้วคาดกนง.คงดอกเบี้ยที่ 0.50% ต่อปี คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. จะมีการประชุมในวันที่ 5 สิงหาคมนี้เพื่อพิจารณาทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายและมาตรการทางการเงินอื่นที่สำคัญ สำนักวิจัยคาดว่ากนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0.50% ต่อปีหลังจากที่ได้ลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ลงถึง 3 ครั้งๆ ละ 0.25% จากระดับ 1.25% เมื่อสิ้นปีก่อนหน้า และได้ลดดอกเบี้ยที่จัดเก็บเพื่อชำระหนี้กองทุนฟื้นฟู หรือ FIDF อีก 0.23% จากระดับ 0.46% สู่ระดับ 0.23% ซึ่งการลดดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องได้มีผลช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ลงทุนและผู้บริโภค แต่ในภาวะความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจเช่นนี้ ประกอบกับที่เอกชนขาดความเชื่อมั่น การลดดอกเบี้ยอาจมีผลต่อการขยายตัวของสินเชื่อไม่มากนัก หรือที่เรียกว่ากับดักสภาพคล่อง (Liquidity trap) โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและเล็กที่แม้ทางธปท.ได้มีมาตรการอัดฉีดเงิน หรือ soft loan ให้แต่มีธุรกิจจำนวนมากที่ยังไม่ได้ใช้หรือไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อประเภทนี้ ซึ่งทางธปท.น่าจะไปเร่งผ่อนคลายเกณฑ์ให้เอกชนใช้สินเชื่อมากกว่าการลดดอกเบี้ย ผมมองว่าทางกนง.ได้ผ่อนคลายมาตรการทางการเงินไปอย่างเต็มที่แล้วในภาวะที่เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงขาลง…
เงินเฟ้อติดลบ... เงินฝืดไม่ฝืด
ฟังแล้วเงินเฟ้อติดลบลากยาวทำให้เกิดเงินฝืด หรือ deflation แต่วันนี้เรามีเงินฝืดร่วมกับเศรษฐกิจที่ถดถอย จึงเปลี่ยนจากภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจ หรือ Economic Stagnation ลามเข้าสู่ Recession เพราะไม่ใช่เพียงราคาน้ำมันที่ลดลงทำให้เงินเฟ้อทั่วไปติดลบ แต่ราคาสินค้าอื่นๆ ที่สะท้อนกำลังซื้อของคนก็ลดลงตามทำให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (ไม่รวมพลังงานและอาหารสด)แทบไม่ขยายตัว ที่จริงราคาสินค้าเกษตรขึ้นมานานแล้วจากปัญหาภัยแล้งที่ผลผลิตออกมาน้อย แต่รายได้ภาคเกษตรหดตัว กำลังซื้อเลยต่ำ อีกทั้งการเลิกจ้างในกลุ่มนอกภาคเกษตรมีผลให้กำลังซื้อโดยรวมอ่อนแอ มองไปข้างหน้า มีสองประเด็นต้องจับตามอง ประเด็นแรก เงินเฟ้อใกล้ถึงจุดต่ำสุดตามราคาพลังงาน ในสถานการณ์ไม่ปกติเช่นนี้ เราอาจต้องเทียบพัฒนาการเงินเฟ้อเทียบเดือนก่อนหน้ามากกว่าเทียบปีก่อนหน้า คือแม้เงินเฟ้อติดลบถึง - 3.44%เทียบพ.ค.62 ซึ่งถือว่าลงลึกมาก แต่เงินเฟ้อกลับแทบไม่เปลี่ยนแปลง (+0.01%) เทียบเดือนก่อน นั่นหมายความว่าเงินเฟ้อน่าจะลดการติดลบลง และหากดูปัจจัยสนับสนุนก็มาจากราคาพลังงานที่ฟื้นตัวขึ้นจากเดือนก่อนหน้า…