สรุปเนื้อหาตอนนี้
สติห้าลักษณะ คือ การสังเกต แจกแจง แยกแยะ มีทางเลือก และเลือกให้ถูกทาง, เป็นไปเพื่อการพัฒนาสติ, เป็นห้าลักษณะของสติ ที่ประกอบกับการปฏิบัติสติปัฏฐานสี่ กาย เวทนา จิต ธรรม, ไม่ว่าจะใช้เครื่องมือ กำหนดลมหายใจ อานาปานสติ หรือ พุทธานุสติ เพื่อเป็นไปในทางเอกทางเดียว เพื่อความพ้นคือ วิมุตติ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
สติห้าลักษณะ คือ การสังเกต แจกแจง แยกแยะ มีทางเลือก และเลือกให้ถูกทาง, เป็นไปเพื่อการพัฒนาสติ, เป็นห้าลักษณะของสติ ที่ประกอบกับการปฏิบัติสติปัฏฐานสี่ กาย เวทนา จิต ธรรม, ไม่ว่าจะใช้เครื่องมือ กำหนดลมหายใจ อานาปานสติ หรือ พุทธานุสติ เพื่อเป็นไปในทางเอกทางเดียว เพื่อความพ้นคือ วิมุตติ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ตอนต่าง ๆ
สติห้า หนทางเครื่องไปทางเดียว [6942-2m]
ฟังแล้วสติห้าลักษณะ คือ การสังเกต แจกแจง แยกแยะ มีทางเลือก และเลือกให้ถูกทาง, เป็นไปเพื่อการพัฒนาสติ, เป็นห้าลักษณะของสติ ที่ประกอบกับการปฏิบัติสติปัฏฐานสี่ กาย เวทนา จิต ธรรม, ไม่ว่าจะใช้เครื่องมือ กำหนดลมหายใจ อานาปานสติ หรือ พุทธานุสติ เพื่อเป็นไปในทางเอกทางเดียว เพื่อความพ้นคือ วิมุตติ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ทุกอย่างเป็นของโลก [6941-2m]
ฟังแล้วพิจารณาตามความเป็นจริงด้วยการมีสติสมาธิที่เกิดจากการแผ่เมตตาจากตนเองแผ่ไปทั่วทุกทิศทาง แล้วพิจารณาผม ขน เล็บ ฟัน หนังของเราหรือของคนอื่น เหมือนกันหมด เกิดขึ้น-ดับไป ตามเงื่อนไขปัจจัย ตั้งอยู่ไม่ได้ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่มีตัวตนคือเป็นอนัตตา ทั้งหมดเป็นของโลกเปลี่ยนแปลงตามปัจจัยต่าง ๆ, พิจารณาซ้ำ ๆ ด้วยสมาธิจะเกิดปัญญา และเมื่อการปล่อยวางเกิดขึ้นได้ นั่นคือเกิดปัญญาญาณ เป็นปัญญาที่เกิดจากการปล่อยวาง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ประตูแห่งประโยชน์ [6940-2m]
ฟังแล้วแนวทาง 6 ประการ ที่ใช้ในการตัดสินใจเพื่อให้ได้ประโยชน์และยังอยู่ในทางมรรคมีองค์แปด คือ ประตูแห่งประโยชน์ ความไม่ท้อถอย การประพฤติธรรม การสดับตรับฟัง การคล้อยตามผู้รู้ การรักษาศีล ความไม่มีโรค เมื่อปฏิบัติตามแล้วเกิดปัญญา การตัดสินใจทุกอย่างจะสว่าง แจ่มใส ชัดเจน เห็นแจ้งไปหมด ใช้ในชีวิตประจำวันได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ปรับหางเสือให้ถูกทาง ไม่หวั่นในกระแส [6939-2m]
ฟังแล้วปรับหางเสือให้ถูกทาง ด้วยการตั้งศรัทธาให้ตรงต่อพุทโธ ธัมโม สังโฆ ไม่ใช่ตัวบุคคล, ปฏิบัติตาม เกิด สติ สมาธิ ปัญญา เห็นความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา, แม้กระแสข่าวต่างๆเข้ามา, ด้วยหางเสือที่ตั้งถูกต้องแล้ว จะยิ่งเป็นแรงกระแทก ให้เข้าถึงฝั่งคือ พระนิพพานได้อย่างมั่นคงแน่นอน Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
พลังสติ [6938-2m]
ฟังแล้วฝึกสติให้มีพลัง โดยผ่านสติปัฏฐานสี่ กาย เวทนา จิต ธรรม, ใช้ห้าขั้นตอนคือ สังเกต, แยกแยะ, แยกตัว, มีทางเลือก, และระลึกได้, เมื่อจิตมีพลังสติแล้ว แม้มีสิ่งต่างๆกระทบเข้ามา สติจะรักษาจิต จิตที่มีสติรักษา ปรุงแต่งอะไรออกมาก็จะไปในทางที่เป็นกุศล เกิดสัมมาสติ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ พัฒนา ให้เกิดปัญญาต่อไปได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
รอดตาย แม้ความตายมา [6937-2m]
ฟังแล้วเจริญมรณะสติ เห็นเกิด-ตายมีอยู่ในตัวเราตลอดเวลา เพื่อลดความอยาก ลดการยึดติด นั่นคือการเริ่มว่ายทวนกระแสน้ำเชี่ยวแล้ว ต่อไปหาที่ยึดเกาะ ให้มีที่ยืน คือให้มีปีติ สุข ที่ได้จาก สติ สมาธิ, จะเกิดปัญญาแก้ที่ต้นเหตุ คือที่ตัวเราเอง, เห็นว่า สิ่งนั้นมีอยู่มาก่อน ไม่ใช่ของของเรา เราก็ไม่ยึดถือ, คนที่เรารัก ล้วนเป็นไปตามเหตุปัจจัยของเขา เหตุดี ผลดีก็เกิด, พอเห็นอย่างนี้แล้ว จิตจะมั่นคง มีสติ สัมปชัญญะ ตลอดเวลา, จิตไม่วุ่นวาย จิตเป็นกุศล, เหตุต่างๆเกิด เราจะรอด แน่นอน. Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
เห็นกายด้วยปัญญาผ่านลมหายใจ [6936-2m]
ฟังแล้วเห็นกายด้วยความน่าอัศจรรย์ผ่านลมหายใจ สังเกต ณ จุดเดียว นั่นคือกายคตาสติ ฝึกฝนให้ระงับการปรุงแต่งกายและใจที่เป็นไปตามอำนาจของกิเลสโดยปฏิบัติตามมรรคแปด จิตลมสติอยู่ด้วยกันจะไกลจากกิเลสแต่เมื่อใดที่สติและสมาธิอ่อนกำลังลงจะไปยึดสิ่งที่ไม่เที่ยง สิ่งที่เป็นทุกข์ สิ่งที่เป็นอนัตตา จึงต้องทำปัญญาขั้นที่2 ได้แก่ สุตมยปัญญา จินตามยปัญญา ภาวนามยปัญญา เพื่อความหลุดพ้น Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ให้ปฏิบัติอย่าทิ้ง [6935-2m]
ฟังแล้วอยู่กับโลกอย่างมีสติ ด้วยการรู้ลมหายใจตลอดเวลา ไม่ว่าจะทำอะไร, มีอะไรมากระทบก็วาง, รู้ทันโลกธรรมแปด, อยู่กับโลกได้ โดยไม่ทุกข์ เหมือน ลิ้นงู ไม่ปากงู, ทันอารมณ์ตนเอง มองมาที่ใจตนเอง แก้ไขที่ตนเอง, ปฏิบัติต่อเนื่อง ไม่ท้อถอย, เดินตามมรรคมีองค์แปด ละสังโยชน์, ปฏิบัติไปเรื่อยๆ ก็จะอยู่กับโลกอย่างสบาย พ้นจากวัฏฏะ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
หัวใจศาสนา [6934-2m]
ฟังแล้วถ้าเรามีสมาธิแล้วปัญญาเราก็เกิดปัญญาเกิดก็ชำระกิเลสได้, เหมือนความมืด เรามองไม่เห็นอะไรเลย แต่พอมีแสงสว่างเกิดขึ้นความมืดก็หายไป. Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
พิจารณากายคือพิจารณาธรรม [6933-2m]
ฟังแล้วพิจารณากายว่าเราเป็นธาตุสี่ ประกอบขึ้นมา แยกเอาแต่ละส่วนกองไว้ กองธาตุดิน กองธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ, พิจารณาอย่างต่อเนื่อง ไม่ท้อ ให้อดทน ตั้งใจปฏิบัติ สู้ไม่ถอย จนเห็นอรรถเห็นธรรม ว่าเราไม่มีตัว ไม่มีตน, เห็นความจริงอย่างนี้ เราไม่ยึดถือ พอไม่ยึดถือ มันก็ปล่อยวางเอง ไม่ทุกข์ ไม่เกิดอีก ได้มรรคได้ผล นิพพาน Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ฝึกใจให้เป็นสมาธิ [6932-2m]
ฟังแล้วHosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
มุมมองสู่ความสำเร็จ และผาสุก [6931-2m]
ฟังแล้วสร้างมุมมองที่ถูกต้อง เพื่อความสำเร็จและผาสุกได้ เริ่มจากพุทโธ ธัมโม สังโฆ อยู่ในจิต, เกิดสติ สมาธิ, ฝึกจิตให้ชำนาญด้วยกีฬาฌาณ, เกิดพลังสมาธิ พละห้า อินทรีย์ห้า เพิ่มมากขึ้นๆ, จิตมีพลัง เกิดปัญญา, รู้วิธีการแก้ปัญหา ทำอะไรก็ราบรื่น, จิตดี ไม่ข้องขัดในสิ่งใดสิ่งใดๆ อุปสรรคสิ้นไป ด้วยมุมมองของจิตเรา รู้จักเลือกคบคน รู้จักพูด รู้จักดำเนินชีวิต, จิตเข้มแข็ง ไม่สะดุ้งสะเทือนไปตามกระแสโลก เกิดความสำเร็จทั้งทางโลกและทางธรรม Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
มองใกล้ๆเพื่อเห็นไกลๆ [6930-2m]
ฟังแล้วเกิดเรื่องราวซ้ำๆ วนเวียน ทุกข์น้อย ทุกข์มาก, เห็นปัจจุบันคือมองใกล้ แล้วอนุมานได้ถึงอดีต อนาคตคือมองไกลได้เลย ว่าจะยังต้องเกิดแบบนี้อีกตลอดไป, จะหยุดได้สิ่งเหล่านี้ได้ ก็ด้วยพุทโธ ธัมโม สังโฆเข้าสู่จิต, เกิดสติ สมาธิ ปัญญา, พบว่าเหตุต้นตอทั้งหมดคือ อวิชชา(ความไม่รู้) และ สังขาร(การปรุงแต่ง) ที่มากมาย นับไม่ถ้วน, มากมายพอที่จะหน่าย ที่จะคลายกำหนัด ที่จะวางทั้งอวิชชา วางทั้งสังขาร นั่นคือเกิด วิชชา ความรู้ขึ้นแล้วเข้าสู่จิต คือพ้นแล้ว Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ห้านาที่ที่มีสุขด้วยมรณสติ [6929-2m]
ฟังแล้วการจะเกิดมาเป็นมนุษย์ ยากแสนยาก, หากแต่การตายนั้น ง่ายนิดเดียว และตายทุกคน, จึงอย่าประมาท, เจริญมรณสติไว้ตลอดเวลา, ไม่ได้หมายถึง ให้คิดถึงแต่ความตาย, แต่ให้คิดว่า ช่วงที่เราอยู่เพียง หนึ่งลมหายใจ เพียงห้านาทีข้างหน้า, เราจะอยู่อย่างไร พูดอย่างไร, อยู่ด้วยการมีสติ คิดแต่เรื่องดีดี เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา พูด คิด ทำแต่เรื่องที่เป็นกุศล อ่อนน้อม ประนีประนอม ไม่เบียดเบียนทั้งตนเองและผู้อื่น ทั้งกาย วาจา ใจ, ความสุข เกษมเกิดขึ้น ทันที Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ละสุขจึงพบสุข [6928-2m]
ฟังแล้วมีสุขที่ละเอียดยิ่งกว่า สุขที่เรารับมาผ่านทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ แต่สุขที่ละเอียด ไพบูลย์ยิ่งกว่านั้น จะได้มาต้องสละสุขที่เรามีอยู่ เริ่มด้วยการเจริญสติ สมาธิ ปัญญาอย่างต่อเนื่อง จิตที่เป็นสมาธิจะเห็นสิ่งต่างๆตามความเป็นจริง คือความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่มีตัวตน ของทุกสิ่ง พิจารณาย้ำ ซ้ำซ้ำ เกิดความรู้ คือวิชชา ประตูสู่นิพพานเปิดแล้ว ปิดประตูอบาย เป็นสุขอันไพบูลย์ยิ่งที่เกิดจากการสละสุขอันน้อยนิดออก Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
รับมือด้วยฝึกคิดกลับด้าน [6927-2m]
ฟังแล้วบางครั้ง แม้เราสร้างเหตุอย่างเต็มที่ วางแผนเป็นอย่างดี แต่อาจมีสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ เช่นการพลัดพรากจากของรัก การประสบกับสิ่งที่ไม่พอใจ, จิตเราจะมีความกลัว กังวล ซึมเศร้า หากแต่เราฝึกซ้อมจิตด้วย สติ สมาธิด้วยการคิดกลับด้าน (Inversion) คือการมีสติ สมาธิในเหตุการณ์ที่ไม่ต้องการ, จิตที่มีสติ สมาธิ จะทำให้ ความคิดร้าย หรือความยินร้ายนั้น อ่อนกำลัง ไม่เกิดความกังวล ไม่เกิดความกลัว สติจึงตั้งมั่น จิตนิ่งได้ แม้ในสถานการณ์ยากลำบากเกิดขึ้น Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ปริญญาในขันธ์ห้า [6926-2m]
ฟังแล้วรอบรู้ กำหนดรู้ ขันธ์ทั้งห้า “รูป เวทนา สัญญา สังขารและ วิญญาณ” ว่า เป็นกองทุกข์ เพราะเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่นถือมั่น ขันธ์ทั้งห้าไม่เที่ยง จึงเป็นทุกข์ ดังนั้น การเห็นด้วยปัญญา ทำให้ครบรอบ จะเห็นอุบายในการนำออกคือ ไม่ยึดถือ คือการปล่อยในขันธ์ทั้งห้า ด้วยการกำหนดรู้ การเข้าใจ การยอมรับในทุกข์ ในขันธ์ห้า “เราจะอยู่กับทุกข์โดยไม่ทุกข์ เราก็จะพ้นทุกข์”. Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
นิมิตเพื่อสมาธิ [6925-2m]
ฟังแล้วนิมิตหมายถึงเครื่องหมาย สังเกตนิมิตเพื่อสมาธิด้วยการเข้าใจนัยยะ นัยยะที่หนึ่ง ตั้งจิตให้ถูก เอากุศลเป็นที่ตั้ง พัฒนาเพื่อเกิดสมาธิ ปัญญา, นัยยะที่สอง เปรียบเทียบคู่ต่างระหว่าง นิมิต(มองโดยรวม)และอนุพยัญชนะ(ดูรายละเอียด), นัยยะที่สาม เปรียบเหมือนนายช่างทอง คือ สมาธินิมิต จิตสงบ(เช่นใช้ลมหายใจ พุทโธให้เกิดสมาธิ) ปัคคาหนิมิต(นิมิตเพื่อให้เกิดความเพียร เห็นตามความเป็นจริง พัฒนาให้เกิดปัญญา เช่นกำหนดโครงกระดูกเป็นนิมิตเพื่อเห็นความไม่เที่ยง) และอุเบกขานิมิต จิตวางเฉย สังเกตว่าสมาธิหรือวามเพียรมากไป ก็ปรับให้เหมาะสม, นัยยะที่สี่ นิมิตสามคือบริกรรมนิมิต อุคคหนิมิต ปฏิภาคนิมิต, นิมิต มีแต่กุศล ทำให้เกิดสมาธิ จิตสงบ เกิดปัญญา พ้นทุกข์ได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
พิจารณา…นามรูป [6924-2m]
ฟังแล้วพิจารณาว่านามรูปเกิดมาได้อย่างไร, จะเกิดนาม-รูป ได้ ก็ต้องมีวิญญาณ(การรับรู้)ซึ่งเป็นอาหารของนามรูป, วิญญาณจะเกิดได้ ก็ต้องใช้นาม-รูป ในการก้าวลง, ทั้งสองอาศัยกันและกัน, วิญญาณเกิดได้จากความเพลิน พอใจ เกิดวิญญาณแล้วก็เป็นอาหารให้นาม รูปเติบโต วนไปอยู่ในวัฏสงสาร, หากแต่เมื่อเรามีสติ มีสมาธิ ทำในใจโดยแยบคาย, จะเห็นว่าต้นตอของทุกสิ่งคืออวิชชา เรามีหน้าที่ต้องขุดรากของอวิชชาออกให้หมด ด้วยการมองเห็นสิ่งต่างๆ แม้รวมถึงวิญญาณ นามรูป ด้วยความเป็นจริง ไม่เที่ยง ไม่มีตัวตน เพื่อความอยู่เหนือ วิมุติ คือ ความพ้นจากทุกข์ทั้งปวง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
วิปัสสนาในชีวิตประจำวัน [6923-2m]
ฟังแล้วเหรียญมีสองด้าน เห็นให้ชัดเจนด้วยปัญญา คือ วิปัสสนา เริ่มจากการมีสติ, ไม่เพลิน, พิจารณา ในสิ่งที่ผ่านเข้ามาเป็นคู่ๆซ่อนอยู่ด้วยกัน, เห็นสุขในทุกข์, เห็นความแก่ในหนุ่มสาว, ความตายซ่อนในชีวิต, อาพาธซ่อนในสุขภาพดี, ไม่สวยซ่อนในความสวย, เห็นอัตตาในตัวตนเราว่าเป็นอนัตตา แยกเป็นธาตุสี่, เห็นด้วยปัญญาได้ในทุกสิ่ง ทุกเวลา Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
นิพพานเป็นสุขอย่างไร [6922-2m]
ฟังแล้วเจริญวิราคสัญญานิโรธสัญญา ผ่านพุทธานุสสติ จิตเป็นสมาธิ ละเอียดขึ้น ๆ จนเหลือแต่อุเบกขา ไม่มีวิตกวิจารณ์ ไม่มีปีติสุข ทำสมาธิให้มีความชำนาญจะเห็นอาพาธ ของวิตก วิจารณ์ ปีติ สุข จึงปล่อย คลายกำหนัดสิ่งนั้นเสียนั่นคือวิราคสัญญา จึงนำมาซึ่งความดับคือนิโรธสัญญา เมื่อปล่อย คลายออก จึงเป็นความดับ เมื่อดับจึงเป็นสุข เป็นนิพพานได้อย่างนี้ ความไม่มี หรือมีน้อยลง น้อยลง จึงนำมาซึ่งความเจริญได้ อย่างนี้นั่นเอง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
สิ่งทั้งหลายทั้งปวง เป็นอนัตตา [6921-2m]
ฟังแล้วทุกข์เพราะเพลิน พอใจในสิ่งต่างๆ ไม่ต้องการให้สิ่งนั้นเปลี่ยนแปลง จึงยึดมั่นถือมั่น ว่ามีตัวตน เกิดอัตตา, การออกจากทุกข์จึงต้องเข้าใจความจริงว่าทุกสิ่งเป็นไตรลักษณ์ คือไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา, ไม่ควรที่เราจะไปยึดถือ, พิจารณาซ้ำๆ ให้เห็นแปดลัดษณะของอนัตตาอยู่เนืองๆ, เข้าใจแล้วจะปล่อยวางได้ วางตัณหา อวิชชา และความยึดถือ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ขันธ์ห้าเป็นของหนัก [6920-2m]
ฟังแล้วจะหาสุขจากสิ่งที่เป็นทุกข์ จะเกิดความเพลิน ยึดมั่น จากการต้องการให้สิ่งที่คิดว่าเป็นสุขนั้น เป็นแบบนั้นตลอดไป หากแต่เป็นไปไม่ได้ จึงยิ่งทุกข์หนักมากขึ้น การเจริญทุกขสัญญาคือ กำหนดรู้ในสิ่งที่เป็นทุกข์ โดยพิจารณากายคตา ด้วยจิตที่เป็นสัมมาสมาธิ จะเกิดปัญญา เห็นความไม่เที่ยง ว่าทุกสิ่งมีเหตุปัจจัยปรุงแต่งมา เกิดปัญญาเห็นขันธ์ห้าเป็นของหนัก, เห็นซ้ำๆ จะ“วาง”สิ่งที่ทำให้ทุกข์ลงได้ เกิด”สุข”ที่แท้จริงคือนิพพาน Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
สี่การระลึก เพื่อสุขจากภายใน [6919-2m]
ฟังแล้วฝึกสติให้มีความยืดหยุ่นเตรียมพร้อมด้วยการระลึกถึงศีล จาคะ เทวดา และกัลยาณมิตร เพื่อให้จิตดำเนินไปตรง ได้ความปีติ มีความสงบสุขจากในภายใน สีลานุสติคือระลึกถึงศีลของเราให้มีความปกติ อาศัยกาย วาจา ใจ ในการปฏิบัติ, ไม่ขาด ไม่ทะลุ ไม่ด่างพร้อย, จาคะคือการสละออก ปราศจากมณฑิล, เทวตานุสติคือการระลึกถึงความดีของคนดีๆ และกัลยาณมิตรานุสติคือการมีผู้ที่ค่อยตักเตือน ทั้งหมดนี้ จะนำจิตเราให้ดำเนินไปตรง เกิดสติ มีสมาธิ เกิดปีติ ปลาบปลื้ม จิตละกิเลสได้ เหมือนหม้อที่คว่ำ จะไม่สามารถรับน้ำที่หกออกไปแล้วได้อีก Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
จงเป็นธรรมทายาท อย่าเป็นคนสุดท้าย [6918-2m]
ฟังแล้วสืบต่อธรรมะจากพระพุทธเจ้า ด้วยการนำธรรมะของพระพุทธเจ้ามาปฏิบัติ ให้เข้าถึงจิตใจ ด้วยการเดินตามทางมรรคมีองค์แปด ชึ้นชื่อว่าเป็นธรรมทายาท มีมรรคแปด ธรรมะพระพุทธเจ้า เป็นกัลยาณมิตร รับมรดกจากพระพุทธเจ้าด้วยการมีธรรมะในใจ คือการรักษาศาสนาอย่างแท้จริง ไม่เป็นคนสุดท้าย Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ความเบาใจจากอนุสสติสี่อย่าง [6917-2m]
ฟังแล้วเจริญพุทธานุสสติ ธัมมานุสสติ สังฆานุสสติ สีลานุสสติด้วยอินทรีย์ห้าของตน เกิดความปีติสุขอย่างต่อเนื่อง เกิดศีล สมาธิ ปัญญา, มรรคแปด, อริยสัจสี่ และอรรถะ ธรรมะ ต่างต่าง ยังมาซึ่งความเบาใจ ใส่ใจ เย็นใจ เห็นใจในตน Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
พาลสู่บัณฑิตด้วยมรรคแปด [6916-2m]
ฟังแล้วบัณฑิตและพาลมีในตน, หากแต่การเพิ่มบัณฑิตในตนคือการสร้าง ศีล สมาธิ ปัญญา, ตัณหาจะไม่เพิ่มรอบด้วยสติ สัมปชัญญะ, เกิดเป็นบัณฑิตในตนด้วยอริยมรรคมีองค์แปด จนไม่เข้าถึงกายอื่นคือ ไม่เกิด แก่ ตาย ทุกข์โศก ร่ำไรรำพัน อีกต่อไป Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
อินทรีย์ห้า ให้แก่กล้า [6915-2m]
ฟังแล้วสร้างอินทรีย์ห้าด้วยตนเอง เริ่มจากศรัทธา ลงมือทำ(วิริยะ-ความเพียร) จิตปรุงแต่งลดลง เกิดสติ(ความระลึกได้) สมาธิ(ตั้งมั่นได้) และปัญญา เกิดความรู้ ความเข้าใจ รู้ชัด รู้แจ้ง เกิดในช่องทางใจตนเอง, จึงพิจารณากลับไปที่ศรัทธา ปรับให้เกิดศรัทธาจากอินทรีย์ที่ตั่งมั่น เกิดอินทรีย์ทั้งห้าแก่กล้าขึ้นอย่างต่อเนื่อง พัฒนาบ่อยๆ เป็นทางสู่นิพพาน Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ดับอวิชชา พ้นจิตปรุงแต่ง [6914-2m]
ฟังแล้วเรามักเข้าใจผิดว่า จิตคือวิญญาณ จิตคือผู้รับรู้ จิตคือตัวเรา จิตเที่ยงและเกิดใหม่ ในชาติต่อๆไป หากแต่ จิตป็นเพียงสภาวะแห่งการสั่งสม เป็นเพียงกระแส, จิตเกิดจาก การปรุงแต่ง(สังขาร)ที่เกิดจากการกระทำ แล้วทำให้เกิดตัณหา(พอใจ/ไม่พอใจ), ตัณหาต้องมีที่ยึดเกาะ จึงเกิดจิตหรืออาสวะ ว่า เราชอบ/เราไม่ชอบ, หากเมื่อการปรุงแต่งระงับลง ระงับลง เราจะเห็นว่าจิตเป็นพียงสภาวะ เป็นผลพวงของการปรุงแต่ง เห็นความจริงว่าจิตไม่เที่ยง ไม่ใช่เรา จึงไม่ยึดถือ นั่นคือเกิดวิชชา พ้นจากจิตที่ปรุงแต่งแล้ว Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ละความอยาก เพิ่มความเพียร [6913-2m]
ฟังแล้วละตัณหา เพิ่มความเพียร ด้วยศรัทธาเป็นแรงผลักดัน ตัณหาคือความทะยานอยาก ตัณหาร้อยแปดโยงใย ยืดเหนียว ทำจิต ให้เกิดทุกข์, ละตัณหา ด้วยการเจริญมรรคมีองค์แปด, ด้วยสัมมาวายามะ หรือสัมมัปปธานสี่(ความเพียรชอบ) ความเพียรเพื่อการหลุดพ้น, โดยมีแรงผลักดันคือศรัทธาต่อพระรัตนตรัยอย่างแน่วแน่ ลงใจ เป็นการพ้นทุกข์อย่างแท้จริง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
กิจที่ต้องทำให้ยิ่งขึ้นไปอีกยังมีอยู่ [6912-2m]
ฟังแล้วมีสติ สัมปชัญญะ อยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา, ศีลคือ มีสติควบคุมทั้งกาย วาจา ใจ อาชีวะ รู้ประมาณในการบริโภค นอนยามเดียว, เพื่อให้ศีลเป็นไปด้วยสมาธิในที่สงัด เกิดปัญญาเห็นตามความเป็นจริง ไม่เที่ยงแม้แต่ กาย แม้แต่จิต, เกิดปัญญาปล่อยวางได้ นี่คือกิจที่ต้องทำ ให้ยิ่งๆขึ้นไป Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
เวทนานุปัสสนา เห็นเวทนา [6911-2m]
ฟังแล้วเห็นเวทนา ในเวทนาด้วย สติ สมาธิ ปัญญา จะช่วยกำจัดอนุสัยในจิตได้, สุขเวทนาช่วยกำจัดราคะ, ทุกขเวทนาช่วยกำจัดปฏิฆะ, อทุกขมสุขเวทนาช่วยกำจัดอวิชชา, สัมปชัญญะประกอบกับจิตที่มีสติ สมาธิ ปัญญา อนุสัยต่างๆจะลอกออกได้ นั่นคือเห็นเวทนาในเวทนาแล้ว Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
หนทางแห่งการไม่เกิดอีก [6910-2m]
ฟังแล้วการทำให้ไม่เกิดอีก(อชาต) นั้นมีอยู่, เดินตามทางมรรคมีองค์แปด, จนมีอินทรีย์แก่กล้าขึ้น จิตสงบ เกิดปัญญา เข้าสู่สภาวะที่ไม่ปรุง ไม่เกิดอีก Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ความจริงที่แท้จริง อิทัปปจยตา [6909-2m]
ฟังแล้วทุกอย่างในโลกล้วนเป็น “อิทัปปัจจยตา คือความที่สิ่งนี้สิ่งนี้เป็นปัจจัย แล้วจึงเกิดสิ่งนี้สิ่งนี้ขึ้น ไม่ได้เป็นของตัวมันเอง” นี่คือความจริง เป็นสัจจะ, เราจะเห็นความจริงด้วยสติ สมาธิ เกิดปัญญาว่า แม้จิตของเราก็ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา, ไม่ควรที่จะไปยึดถือ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
อุบายสู่ความวิเวกตามกาลอันควร [6908-2m]
ฟังแล้วสร้างวิเวกในจิตด้วยสติ ให้อยู่กับลมหายใจ อย่างสม่ำเสมอเกิดสมาธิ เกิดความสงบในจิต สุขจากในภายใน(ปีติ)อย่างต่อเนื่อง สะสมเรื่อยๆในจิต เกิดกุศล เกิดปัญญาแทงตลอด อินทรีย์ทั้งห้าก็เจริญ (ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา) แก่กล้าขึ้น ฝึกฝนวนไป ตรัสรู้ธรรมเร็วขึ้น Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ผาสุกเพราะรอบรู้ทุกข์ [6907-2m]
ฟังแล้วกำหนดรู้ทุกข์ รอบรู้ทุกข์ด้วยปัญญา เราจะอยู่ผาสุกได้ ใคร่ครวญตามความเป็นจริง ใช้ สมถะ วิปัสสนา เกิดปัญญาแยกแยะ จากทุกข์, ความเพลิน ความยึดมั่น อุปาทานลดลง, เห็นความไม่เที่ยง ไม่ใช่เรา, เกิดสติที่มีปัญญา อยู่กับทุกข์โดยไม่ทุกข์ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ตจปัญจกกัมมัฏฐาน [6906-2m]
ฟังแล้วเจริญปัญญาด้วยกัมมัฏฐานห้า ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง ว่าเป็นของปฏิกูล เป็นรังของโรค ไม่เที่ยง ว่างจากตัวตน ไม่ใช่ของเรา เพื่อละความยึดถือ เพื่อความปล่อยวางในกายนั้นเสีย Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
มหาบุรุษผู้พ้นด้วยสติปัญญา [6905-2m]
ฟังแล้วมีสติระลึกอยู่ตลอด, จิตไม่เผลอคือรับรู้เฉยๆ กับผัสสะที่เข้ามากระทบ, ไม่เอานาม ไม่เอารูป, ในขณะนั้นจิตก็ไม่มีอวิชชา, ไม่มีตัณหา ความอยาก, อุปาทาน ความยึดถือก็จางคลาย, ความเป็นสภาวะ ภพ ก็ดับไป, เพราะไม่ไปยึดถือในส่วนสุดสองข้าง, อยู่เหนือสุขเหนือทุกข์ อยู่เหนือการปรุงแต่ง อยู่เหนือนามอยู่เหนือรูป อยู่เหนือวิญญาณ อยู่เหนือสังขาร, อยู่เหนือ อวิชชา, อวิชชาตัณหากิเลสไม่เอา, จิตเราจะเข้าสู่ความเป็นอมตะ คือไม่ตายเพราะ ไม่เกิด นั่นคือเป็นมหาบุรุษ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ปัญญาในอริยสัจสี่ [6904-2m]
ฟังแล้วกระทำกิจใน อริยสัจสี่ ให้สำเร็จ ด้วยสติ สมาธิ เพื่อให้เกิดปัญญาใน สัจจญาณ (รู้และเข้าใจในอริยสัจสี่ว่าคืออะไร), กิจจญาณ (ปฏิบัติในกิจที่ควรทำในอริยสัจสี่), กตญาณ (รู้ว่าปฏิบัติสำเร็จแล้ว ในทุกข์ สมุหทัย นิโรธ มรรค) เกิดภาวนามยปัญญา โดยทำให้เจริญในมรรค รอบรู้ในทุกข์(ขันธ์ห้า), ละตัณหาได้แล้ว ทำให้แจ้งในนิโรธได้แล้ว Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
สมาธิที่มั่นคง [6903-2m]
ฟังแล้วการเร่งรัดข้ามขั้นตอนเพื่อหวังเข้าถึงความสงบระดับสูง (อุเบกขา) โดยขาดพื้นฐานที่มั่นคง เปรียบเสมือน "โคภูเขาที่โง่เขลา" วางเท้าไม่มั่นคงทำให้ล้มลง สมาธิล้มเหลวและไม่ก้าวหน้า จึงต้องสร้างพื้นฐานด้วย สติสัมปชัญญะ (ศีล, สำรวมอินทรีย์, ความประมาณในการบริโภค, ประกอบอยู่ในธรรมอันเป็นเครื่องตื่น และการหลีกเร้น) และฝึกสมาธิ สี่ ระดับ คือ ระดับที่ 1 เริ่มจากความสุขที่อาศัยปีติ ที่เกิดจากวิจาร(ความคิด)ในการทำให้เกิดปีติ ระดับที่ 2 ประคองความสุขที่มีปิติโดยไม่ต้องอาศัยวิตกวิจาร ระดับที่ 3 ความสุขที่เกิดจากอุเบกขา ระดับที่ 4 อุเบกขา จะทำให้จิตตั้งมั่นอย่างยั่งยืนเหมือน "โคที่ฉลาด" สามารถก้าวหน้าไปตามลำดับสมาธิได้อย่างมั่นคง เกิดความสุขจากปีติไปจนถึงสมาธิระดับอุเบกขา Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
สัมมาคือสลัดแอก [6902-2m]
ฟังแล้วการติดอยู่ใน "แอก"คือ การถูกกิเลสครอบงำ, เกิดความไม่สงบ จิตใจฟุ้งซ่าน เต็มไปด้วยมิจฉา (ความเห็นผิด) และกิเลสที่เพิ่มพูนขึ้น เกิดความทุกข์, ทางแก้ คือการปฏิบัติมรรคมีองค์แปด โดยมีหัวใจสำคัญดังนี้: สัมมาทิฏฐิเป็นตัวนำ เพื่อสลัดออกจากกิเลส เริ่มจากการเห็นตามจริงในอริยสัจสี่ และแยกแยะให้ออกว่าสิ่งใดทำให้กิเลสเพิ่ม (มิจฉา) หรือกิเลสลด (สัมมา), สัมมาสังกัปปะ ความไม่พยาบาท ไม่เบียดเบียน, สัมมาสติ มีความระลึกชอบ, โดยใช้สัมมาวายามะ ความเพียรชอบ เกิดความสงบระงับเพิ่มขึ้น, สัมมาวาจา วาจาชอบที่ทำให้สงบระงับ, สัมมากัมมันตะ การกระทำชอบที่ทำให้สงบระงับ, สัมมาอาชีวะ การดำเนินชีวิตที่ชอบ เกิด สัมมาสมาธิ องค์ประกอบแปดอย่างสัมพันธ์กันตั้งต้นจากการมีสัมมาทิฏฐิ เห็นการปฏิสัมพันธ์เกื้อกูลกันในมรรคแต่ละข้อ กิเลสลดลง ความฟุ้งซ่านหายไป ทุกข์จะค่อย ๆ ดับลงไปตามลำดับของการปฏิบัติ จนถึงซึ่งพระนิพพาน คือความสงบดับเย็นอย่างถาวร ไม่ฟุ้งกลับขึ้นมาอีก Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
รู้ในตน ด้วยปัญญา [6901-2m]
ฟังแล้วการขาดความรู้ และไม่ลงมือทำ ทำให้จิตยึดติดในสิ่งต่างๆรอบตัวว่าเที่ยง เป็นของเรา ทางแก้เริ่มต้นจาก ปริยัติ (เรียนรู้ข้อมูล) นำไปสู่ ปฏิบัติ (ลงมือทำ) เพื่อให้เกิด ปฏิเวธ (ผลลัพธ์) โดยใช้เครื่องมือคือ อินทรีย์ 5 และ พละ 5 อันประกอบด้วย: ศรัทธา: เชื่อมั่นในพระรัตนตรัย วิริยะ: เพียรพยายามทำจริง สติ: ระลึกรู้ แยกแยะกุศลและอกุศล สมาธิ: ตั้งจิตมั่นในอารมณ์เดียวที่เป็นกุศล ปัญญา: เห็นแจ้งในไตรลักษณ์และอริยสัจสี่ ช่วยให้จิตมีกำลังในการประคับประคองตนเองให้ถึงเป้าหมาย เห็นความจริง รู้ในตนเอง ด้วยปัญญาอย่างแท้จริง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ปัญญาในทุกข์ [6852-2m]
ฟังแล้วพิจารณาทุกข์ให้เกิดปัญญา, ทุกข์ เป็น "สังขาร" ที่ถูกปรุงแต่งตามปัจจัย มีความไม่เที่ยง และต้องแตกสลายไปเป็นธรรมดา, ใช้การโยนิโสมนสิการเพื่อสร้าง "ปัญญา" สามระดับ: 1.สุตตมยปัญญา คือทำความเข้าใจว่าทุกข์มีเหตุปัจจัยปรุงแต่ง, 2.จินตมยปัญญา คือยอมรับทุกข์และกำหนดรู้ทุกข์ เพื่อให้ "อยู่กับทุกข์โดยไม่ทุกข์” 3.ภาวนามยปัญญา: เอาทุกข์มาพิจารณาให้เกิดปัญญา อยู่กับทุกข์โดยทำสิ่งที่ควรทำ เว้นสิ่งที่ควรเว้น อยู่ในองค์ประกอบอันประเสริฐแปดอย่าง จิตที่เป็นสมาธิ จิตและความทุกข์จะแยกออกจากกัน ปัญญาเกิดในทุกข์ เกิดจิตที่เป็นกุศลตลอดเวลา Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
วิปัสสนาพาพ้นทุกข์ [6851-2m]
ฟังแล้ววิญญาณเป็นตัวเชื่อมให้จิตใช้เป็นเครื่องมือเพลินและยึดถือในรูป เวทนา สัญญา สังขาร (วิญญาณฐิติ) ผ่านทางอายตนะ ก่อให้เกิดนันทิราคะ (ความกำหนัดด้วยความเพลิน) ซึ่งเป็นเชื้อให้วิญญาณเจริญงอกงาม ทำให้จิตไม่สงบ, อวิชชาบังไม่ให้เห็นรอยต่อของความเพลิน และตัณหาคือเชือกผูกมัด นำไปสู่การยึดถือสิ่งที่ไม่เที่ยง (อนัตตา) ว่าเป็นตัวตน (อุปทาน) และเป็นทุกข์, วิปัสสนาคือการเห็นตามความเป็นจริง โดยเริ่มจากการมีสติอยู่กับการรับรู้ รู้สักแต่ว่า "รู้" สติช่วยให้นันทิราคะอ่อนกำลังลง ปัญญาจะเกิดขึ้น เห็นไตรลักษณ์ (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา), อวิชชาระงับ, ละอวิชชาได้ ทำให้พ้นจากทุกข์ ด้วยการเห็นตามความเป็นจริง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
สมถะเพื่อพัฒนาจิต [6850-2m]
ฟังแล้วจิตที่ไม่ได้รับการฝึก จิตจะกระเพื่อมไปตามผัสสะที่ผ่านเข้ามาทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ (ช่องทางหกทาง) ทำให้เกิดความฟุ้งซ่านและขาดสมาธิ, ทางแก้คือ เจริญอานาปานสติ โดยใช้ลมหายใจ เป็นเครื่องมือเปรียบเสมือนการนำจิตไปผูกไว้กับเสาที่มั่นคง ฝึกให้จิตอยู่กับลมหายใจอย่างต่อเนื่องและซ้ำ ๆ ประโยชน์คือ เกิดการระลึกรู้ (สติ) และ สัมมาสติ, เกิดความเห็นชอบ (สัมมาทิฏฐิ), ความฟุ้งซ่านจะอ่อนกำลังลง, เมื่อสติมีกำลังมากขึ้น สมาธิ จะเกิดขึ้นตามมา Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ธรรมเหล่านั้น [6849-2m]
ฟังแล้ว"เหตุเกิดแห่งธรรมเหล่านั้น เหตุดับแห่งธรรมเหล่านั้น พบทางออกอันประเสริฐ” ธรรมเหล่านั้นคือขันธ์ทั้งห้า(รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ) ที่ให้เรายึดมั่นถือมั่น เกิดทุกข์, จึงจำเป็นที่เราพิจารณาไตร่ตรองตามหลัก โยนิโสมนสิการ ถึงเหตุแห่งการเกิด และเหตุแห่งการดับของขันธ์ทั้งห้า (ของธรรมเหล่านั้น), ทางดับทุกข์มีแน่นอนคือการเจริญ อริยมรรคมีองค์ 8 หรือ ศีล สมาธิ ปัญญา ทำให้เกิด ปัญญา เห็นแจ้งในอริยสัจสี่ และขันธ์ห้า, ด้วย ศรัทธา ที่มั่นคงในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ (ดังเช่นพระสารีบุตรที่บรรลุโสดาบัน ด้วยธรรมะ ข้อความสั้นๆแต่พิจารณาขยายต่อไปถึงทางอันประเสริฐแปดอย่าง) นำไปสู่การหลุดพ้นจากทุกข์ได้ในที่สุด Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ความจริงที่พระพุทธเจ้าสอน(อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา) [6848-2m]
ฟังแล้วธรรมชาติของมนุษย์จะหลงเพลินไปตามสิ่งกระทบทางทวารทั้งหก ทำให้จิตเกิดสภาวะขึ้นๆ ลงๆ มีทุกข์, เกิดทุกข์เพราะอวิชชา (ความไม่รู้) เป็นที่ทำงานของตัณหาสร้างภพสร้างชาติ สร้างความยึดถือ(อุปาทาน) ด้วยกิเลส เกิดเป็นตัวตน ขึ้นมา, จึงต้องฝึกสติ ให้สงบลงจนเกิด สมาธิ เมื่อมีสมาธิเป็นพื้นฐาน จึงใช้ ปัญญาพิจารณาเห็นความจริงของ สังขารทั้งปวง (รวมถึงกายและจิต) ว่า ไม่เที่ยง (อนิจจัง), เป็นทุกข์ (ทุกขลักษณะ), ไม่ใช่ตัวตน (อนัตตา), พิจารณาให้เกิด ภาวนามยปัญญา เห็นความไม่เที่ยงแท้ของสังขารทั้งปวงด้วยปัญญาอย่างชัดเจน แม้จิตก็ไม่เที่ยง เกิดความหน่าย ปล่อยวางตัณหา อุปาทาน จนสามารถปล่อยวางจิตได้หมดสิ้น สิ่งที่เหลืออยู่คือ "ความว่าง" หรือ "ความเย็น" นั่นแหละคือ พระนิพพาน อันเป็นธรรมที่หมดจด ไม่ย้อนกลับมาเกิดความทุกข์อีก Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
สมถะ วิปัสสนา เคียงคู่กัน [6847-2m]
ฟังแล้วมนุษย์เป็นสภาวะที่มีรูป (กาย, ลมหายใจ) และนาม (วิญญาณ, สัญญา, เวทนา, สังขาร) ซึ่งประสานกันและยึดโยงด้วยกรรม ทำให้จิตปรุงแต่งตามอารมณ์ เกิดเป็นความยึดถือในสิ่งไม่เที่ยง แปรปรวน จนเกิดกิเลส คือ ราคะ โทสะ โมหะ จึงจำเป็นที่เราต้องฝึกสมถะและวิปัสสนาเพื่อคลายความยึดถือในรูปนาม แม้แต่จิตก็ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ จิตจะค่อยๆแยกตัวออกจากกิเลส จิตคลายความยึดถือ จะเป็นผู้พ้นจากความทุกข์คือนิพพานได้ในที่สุด เจริญสมถะ: ด้วยการเห็นลมหายใจเข้าออก เพื่อให้เกิดสัมมาสติ ในการระลึกถึงลมและสังเกตอาการของนามธรรมต่างๆ (ความคิด, ความหมายรู้, เวทนา, การปรุงแต่งทั้งทางกาย/ใจ) เจริญวิปัสสนา: ใช้ โยนิโสมนสิการ ในการแยกแยะและเห็นสภาวะของจิตว่า จิตไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัวเรา (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา) การทำเช่นนี้คือการนำอาสวะกิเลสออกจากจิต และตัดกิเลสเหล่านั้นได้ เป็นการเจริญอริยมรรคมีองค์แปด Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
มุนี ผู้อยู่กับปัจจุบัน [6846-2m]
ฟังแล้วท่านที่ยังติดอยู่กับอดีตหรือกังวลกับอนาคต จนทำให้ไม่มีความสุข, การจมอยู่กับเรื่องราวที่ล่วงไปแล้ว (อดีต) และการมุ่งหวังสิ่งที่ยังมาไม่ถึง (อนาคต) นั้น ทำให้จิตเพลิน ขาดสติ ดังนั้น ทางแก้คือ การมีสติ อยู่กับปัจจุบัน (สัมมาสติ) ฝึกสติให้ระลึกรู้และสังเกตสิ่งที่ผ่านเข้ามาทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ โดยไม่ปรุงแต่ง หรือเพลินไปตามอดีต/อนาคต ที่สำคัญ ต้องมีความเพียร มีสติอย่างต่อเนื่อง, "ทำความเพียรเสียแต่วันนี้" เจริญธรรมในปัจจุบันให้ "เนืองๆ ให้ปรุโปร่ง" จนเกิดความเคยชินใหม่ มีสติมั่นคงเหมือนเสาเขื่อน จะเกิดการเห็นแจ้งในธรรมปัจจุบัน นำไปสู่การเกิดกุศลธรรม สติ สมาธิ ปัญญา และเป็นหนทางสู่การระงับความทุกข์ (นิพพาน) ได้ชื่อว่าเป็น "ผู้มีราตรีหนึ่งเจริญ" (ผู้มีชีวิตอยู่ด้วยความเพียรไม่เกียจคร้าน) Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
จากรักของแม่ สู่ใจที่เป็นพรหม [6845-2m]
ฟังแล้วตั้งจิตตภาวนา เจริญพรหมวิหาร 4 ถวายเป็นพระราชกุศลน้อมถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง : เมตตา: ปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุขอย่างไม่มีเงื่อนไข กรุณา: ปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นจากความทุกข์ ไม่เบียดเบียนใคร มุทิตา: ยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดีหรือพ้นทุกข์ (ช่วยกำจัดความริษยา) อุเบกขา: การวางเฉยอย่างมีสติ และต้องมาพร้อมกับเมตตา กรุณา มุทิตา ตั้งไว้ที่ท่ามกลางอกแล้วแผ่ให้ตนเอง ผ่านไปยังสรรพสัตว์ทั้งหลาย ทุกทิศทาง, จิตมีความสุข ปรารถนาดีต่อตนเองและผู้อื่น Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.